ทุกคนที่อ่านพระคัมภีร์อย่างจริงจังย่อมเจอตอนที่สับสน แปลก หรือรบกวนใจ การแสร้งว่าไม่เป็นเช่นนั้นทำร้ายมากกว่าตัวข้อความเอง เพราะมันสอนว่าผู้อ่านที่ซื่อตรงไม่มีคำถาม แล้วคนก็สรุปว่าตนคงไม่ซื่อตรง

ห้าคำถาม

นี่เป็นงานเขียนประเภทใด บทกวี ธรรมบัญญัติ เรื่องเล่า จดหมาย และคำเผยพระวจนะทำงานต่างกัน ความสับสนจำนวนมากคือความผิดพลาดเรื่องประเภท

เขียนถึงใคร และเขารู้อะไรอยู่แล้ว จดหมายที่ตอบคำถามซึ่งคุณไม่ได้ยิน ย่อมฟังดูห้วน

ตอนนี้เห็นชอบกับสิ่งที่เล่าหรือไม่ เรื่องเล่ามักบรรยายโดยไม่รับรอง การบันทึกไม่ใช่การแนะนำ

บริบทรอบข้างคืออะไร ข้อที่ดูเหมือนพูดสิ่งเกินเลย มักพูดอีกอย่างเมื่ออ่านทั้งย่อหน้า

ที่อื่นชัดกว่าหรือไม่ อ่านข้อที่คลุมเครือในความสว่างของข้อที่ชัด เป็นกฎเก่าแก่ที่มั่นคง

เมื่อความยากเป็นเรื่องศีลธรรม

บางตอนไม่ได้สับสนแต่รบกวนใจ ความรุนแรง การพิพากษา การปฏิบัติต่อผู้หญิง สิ่งเหล่านี้สมควรได้มากกว่าคำตอบเร็ว ๆ อย่าคลี่คลายด้วยการแสร้งว่าไม่รบกวนใจคุณ

คำพูดที่ซื่อตรง

บางคำถามจะไม่ปิด ข้อความยากข้อเดียวไม่ใช่เหตุผลให้หยุดอ่านอีกเก้าร้อยหน้า อ่านต่อไปแล้วกลับมาดูอีกในหนึ่งปี จำนวนมากคลี่คลายเพราะคุณอ่านมากขึ้น ถามได้ที่คำถามคำตอบ